7.29.2555

How to : The Blossom look

สวัสดีค่าาาาาาา

วันนี้จะมานำเสนอการแต่งหน้า แบบ เอิ่มมมมมม มั่วๆเอา ฮ่าๆๆๆ แต่ออกมาในลุด Blossom ค่ะ 

 แนวหวานๆ แต่เน้นความโดดเด่นของดวงตาค่ะ ไปดูอุปกรณ์กันเลยยยย

  1. Cezanne BB cream

  2. Maybelline concealer

  3. Maybelline Baby lips

  4.  Revlon Touch& Glow Extra mineral face powder (Translucent2)

  5.  Costal scent 88 palette eyeshadow

  6.   Maybelline lashionista mascara

  7.   Dodo makeup glitter

  8.   Maybelline 2 in 1 impact shadow liner eyestudio

  9.   KATE super sharp liner

  10.   In2it long wear eyebrow lliner

  11.   Dollywink eyelash glue

  12.   Dolly wink No.1 lashes

  13.   Lower lash order from Necessaries Choice online shop

  14.   Cezanne Shading

  15.   Cezanne nose shadow

  16.   Sleek brush – Pixie Pink

  17.   Revlon lipstick – Smoked Peach Matte 013

  18.   KMA lipstick – Sheer lip purple

  19.   NYX maga shine lip gloss

ตามนี้เลยค่ะ แต่ละไอเทมราคาไม่แพงและหาซื้อได้ง่าย แบบว่าไม่ค่อยมีตังค์เลยเน้นคุณภาพแต่ราคาย่อมเยา แบบราคานักศึกษาเลย อิอิ

 

มาดูขั้นตอนกันค่ะ

 

ก่อนขั้นตอนการแต่งหน้า อย่าลืมทาลิปมันที่ปากนะค่ะ ไม่ว่าจะทาลิปสีไหนก็ต้องลงค่ะ เพื่อเป็นการเตรียมริมฝีปากค่ะ จะช่วยให้ลงลิปได้เนียนมากขึ้น ไม่ตกร่องค่ะ

 

ขั้นแรกก็เป็นการลง Base makeup ค่ะ

 

  1. บีบ BB cream มาประมาณนี้ค่ะ ใหญ่กว่าเม็ดถั่วเขียวนิดนึง เพราะหน้ารอยสิวเยอะ ต้องการการปกปิดค่ะ

  2. แต้มให้ทั่วหน้าค่ะ เว้นใต้ตาไว้นะค่ะ เพราะอาจจะเป็นก้อนๆ ตกร่องได้เวลาเหงื่อออก

  3. ใช้นิ้วมือเป็นนิ้วกลางและนิ้วนางเกลี่ยให้ทั่วหน้าค่ะ แหะๆ เทียบในหน้าสองด้าน ด้านที่ลงบีบีแล้วจะเนียนและสว่างกว่านะ

  4. จากนั้นใช้ฟองน้ำกดๆให้ทั่วหน้านะค่ะ จะช่วยซับบีบีส่วนเกินออกทำให้หน้าไม่ดูโบ๊ะ และเวลาลงแป้งจะเนียนธรรมชาติขึ้นค่ะ

  5. จากนั้นแก้ไขใต้ตาที่คล้ำประดุจเป็นญาติของแพนด้าด้วยการลงคอนซีลเลอร์ค่ะ ลงใต้ตาและบริเวณในหน้าที่มีรอยแดง รอยดำต่างๆค่ะ

  6. ใช้นิ้วกลางเกลี่ยๆกดๆคอนซีลเลอร์ให้เนียนไปกับผิวค่ะ

  7. จากนั้นลงแป้งฝุ่นเพื่อเซตใบหน้าทำให้เนียนมากขึ้นค่ะ

ขั้นตอนที่ 2 เป็นขั้นตอนการแต่งตาค่ะ

 สีที่ใช้ตามนี้เลยนะค่ะ ที่จริงสีชัดนะ แต่ถ่ายรูปสาดแฟลชไปสีจางหมดเลย เหอะๆ



 

  1. ลงอายแชโดว์หมายเลข 1 ชมพูอ่อน ให้ทั่วเปลือกตา เพื่อใช้เป็นสีพื้นค่ะ

  2. ลงอายแชโดว์หมายเลข 2 ชมพูเข้ม ครึ่งนึงทางด้านส่วนปลายของเปลือกตาค่ะ เกลี่ยสีให้เนียนแบบไล่สีกันไปนะค่ะ

  3. งอายแชโดว์เบอร์ 3 ซึ่งเป็นสีทอง ตรงบริเวณหางตาค่ะ ลงทับ 2ใน3 ของสีชมพูเข้าที่ลงไปค่ะ

  4. ลงอายแชโดว์เบอร์ 4 และเบอร์ 5 สีน้ำตาลเข้ม จิ้มๆสีผสมกันเลยค่ะ ทาคัดเบ้าเล็กๆเป็นรูปตัว C นะค่ะ ไล่สีให้เนียนเลยนะค่ะ จะช่วยให้ตาดูมีมิติมากขึ้นค่ะ

  5.   ใช้อายแชโดว์เบอร์ 6 เป็นสีดำ มาทาคัดเบ้าเล็กๆเป็นรูปตัว C นะค่ะ

  6. จากนั้นใช้อายแชโดว์เบอร์ 2 เป็นสีชมพูมาแต้มๆ เน้นว่าแค่แต้มนะค่ะ แต้มลงตรงกลางของเปลือกตาเลยค่ะ เพื่อให้สีชมพูสว่างดูเด่นตรงกลางเปลือกตาและเพิ่มมิติมากขึ้นค่ะ

  7. ใช้อายแชโดว์เบอร์ 6 เป็นสีดำ มาไล้บริเวณฐานของตาล่าง โดยนั่งหน้าตรงนิ่งๆ ใช้ขอบของลูกตาเป็นจุดเริ่มไล้มาถึงหางตาเลยค่ะ ที่ไล้สีเพราะเราจะเอาไว้เป็นฐานเวลาติดขนตาล่างค่ะ จะทำให้ดูธรรมชาติมากขึ้นค่ะ

  8. จากนั้นกรีดอายไลน์เนอร์ โดยจะกรีดเน้นให้เส้นที่ตรงกับลูกตาเราดูนูนหนากว่าบริเวณอื่นค่ะ จะทำให้ตาเราดูกลมมากขึ้น (แต่ไม่หนาจนถึงรอยชั้นของหนังตานะค่ะ) ลุคนี้จะกรี๊ดยาวเลยหางตามาพอสมควรนะค่ะ เพราะว่าต้องการให้ตาดูโตขึ้นค่ะ อีกอย่างเราจะติดขนตาแบบไม่ตัด คือยาวก็ยาวเลย ฮ่าๆ เลยต้องกรี๊ดอายไลน์เนอร์ยาวๆไว้เผื่อไง เทคนิดนี้เป็นเทคนิดการแต่งตาแบบญี่ปุ่นที่ช่วยทำให้ตาดูกลมโตและเด่นมากขึ้นค่ะ

  9. จากนั้นใช้อายไลน์เนอร์แบบดินสอมากรีดทับค่ะ จะทำให้เส้นไลน์เนอร์ดูฟุ้งเป็นธรรมชาติมาขึ้นค่ะ

  10. ใช้แปรงแต้มกลิตเตอร์มาไล้ที่บริเวณใต้คิ้วเป็นการเน้นรูปคิ้วและทำให้สีตาที่แต่งดูเด่นขึ้นอีกระดับค่ะ

  11. และใช้กลิตเตอร์แต้มบริเวณหัวตา และล่างตาเพื่อให้ตาดูแบ๊ว สดใสมากขึ้นค่ะ

ขั้นตอนที่ 3 การติดขนตาค่ะ

 

  1. เริ่มจากดัดขนตาก่อนค่ะ ดัด 3 ระดับนะค่ะ ชิดหนังตา กลางขนตา ปลายขนตา ที่ต้องดัดก่อนเพราะถ้าไม่ดัดแล้วปัดมาสคาร่าและติดขนตาปลอมเลย เวลามองด้านข้างจะมีขนตาทิ่มในแนวราบออกมา ซึ่งไม่เวิร์คนะ ฮ่าๆ

  2. ปัดมาสคาร่าขนตาบนค่ะโดยส่วนตัวเราชอบเด้งๆก็จะปัดประมาณ 2 – 3 รอบค่ะ

  3. ปัดมาสคาร่าขนตาล่างค่ะ ระวังเลอะนะเออ ปัดแค่ 2/3 ของตานะค่ะ เว้น 1 ส่วนด้านหางตาไว้เพราะเราจะติดขนตาล่าง ถ้าปัดมาสคาร่าจะทำให้ติดยากเพราะต้องแหวกขนตาเข้าไปนั่นเองฃ

      5.      ใช้เหนบจับขนตาไว้ค่ะ เป็นงานละเอียดอ่อน นิ้วมือยากที่จะเข้าถึงค่ะ ฮ่าๆ ทากาวแล้วนับ 1 – 10 รอให้กาวเซตตัวแป๊บนึงจะติดง่ายขึ้นและไม่เลอะค่ะ

   6.      วางขนตากับตาค่ะ แล้วใช้นิ้วมือจัดขนตาให้เข้าที่ เวลาวางขนตาติดให้ชิดกับแนวขนตาจริงมากที่สุดนะค่ะ เพราะถ้าติดไม่ชิดแล้วจะไม่ดูธรรมชาติค่ะ เวลาถ่ายรูปมาจะเห็นเป็นรอยต่อขนตาจริงกับขนตาปลอม ไม่งามนะค่ะแบบนั้น

   8.      เลือกขนตาล่างมาเลยค่ะ ลุคนี้ใช้แบบสานๆ เพราะต้องการให้ดูฟุ้งๆค่ะ

   9.      ทากาวนับ 1 – 10 เหมือนเดิม แล้วติดลงบริเวณหางตา ไม่ต้องชิดขนตาจริงมากน่ะค่ะ ติดให้ย้อยลงมาชิดกับเส้นขนตาบนเลยค่ะ จะทำให้ตาดูโตหยดหย้อยมากขึ้นค่ะ

   11.   ปัดมาสคาร่าขนตาล่างทั้งหมดเพื่อให้ดูเนียนมากขึ้นค่ะ

 

ขั้นตอนที่ 4 Highlight &Contour ค่ะ โดยเฉพาะคนไม่มีดั้งอย่างเรา ขั้นตอนนี้สำคัญและละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่ง ฮ่าๆๆ

 

  1. ใช้shading ไล้บริเวณขอบจมูกทั้งสองข้างค่ะ เว้นตรงกลางลำจมูกนะค่ะ ไล้ให้เป็นเส้นตรงๆ จากคิ้วลงมาถึงขอบปลายจมูกค่ะ

  2. Shading กลบตรงปีกจมูกค่ะ พอดีเป็นคนปีกจมูกปาน กลบให้หายไปเลยเอ้า ฮ่าๆๆ

  3. จากนั้นใช้ highlight ใน nose shadow ทาลงตรงกลางลำจมูกค่ะ จะทำให้เห็นเป็นลำดั้งขึ้นมาค่ะ อิอิ   

  4. Highlight บริเวณเหนือริมฝีปากค่ะ ตรงนี้ก็สำคัญเวลาถ่ายรูปเป็นมุมที่จะโดดเด่นเวลาถ่ายรูปค่ะ

  5. Highlight คางค่ะ เช่นกันเวลาถ่ายรูปเป็นมุมที่จะโดดเด่นเวลาถ่ายรูป

  6. Highlight ใต้ตาค่ะ จะช่วยทำให้แพนด้าหายไปและเน้นตาที่แต่งไว้มากขึ้นค่ะ

  7. จากนั้นก็ shading บริเวณกรอบหน้าทำให้หน้าดูเรียว มีมิติค่ะ สังเกตรูปนี้ ด้านซ้าย shading แต่ขวาไม่ได้ทำ ชัดเลยซ้ายดูมีมิติ แต่ขวาบานนนนน ฮ่าๆๆ ฉะนั้นจงทำซะ!

ขั้นตอนที่ 5 การแต่งคิ้วค่ะ

 

ใช้ดินสอเขียนคิ้ววาดรูปโครงคิ้วก่อนทั้ง 2 ข้าง แล้วเติมสีคิ้วให้เต็ม ใช้แปรงปัดคิ้วเพื่อให้สีกระจายดูธรรมชาติค่ะ

 

ขั้นตอนที่ 6 วิธีการปัดแก้ม

 

ลุคนี้เป็นแนวน่ารักสดใสสไตล์ญี่ปุ่นหน่อยๆ เลยปัดแก้มเฉพาะบริเวณพวงแก้มค่ะ เอาสีชมพูอย่างเดียวเลย แต้มๆบริเวณพวงแก้มเลยนะค่ะ ไม่ต้องปัดแต็มแก้ม

 

ขั้นตอนสุดท้ายยยย การทาปากค่ะ 

 

 

2.      ทาลิปสีม่วงของ KMA ลงไปบริเวณริมฝีปากด้านในบนและล่างค่ะ

4.      ใช้ลิปสีแมทของ Revlon สีพีชทาขอบด้านนอกค่ะ ไม่ทาทับสีม่วงที่ลงไว้นะค่ะ
6.      เม้มปากกดกระดาษทิชชู่เพื่อซับสีส่วนเกินค่ะ จะช่วยให้สีติดทนมากขึ้น จากนั้นทาซ้ำ ขั้นตอนที่ 1 และ 3 ค่ะ
8.      ทาลิปกลอสจะได้สีชมพูนมๆ น่ารักๆค่ะ
 

Finish look คร๊า

 ระดับผมด้วยดอกไม้ตามสไตล์เลยค่ะ

 หวังว่าคงชอบกันนะค่ะ แหะๆ ลุคแรก ฮาวทูอันแรก ยากชะมัด มีอะไรติชมได้นะคร๊าาาาาาาา


7.23.2555

Review - Garnier Light Intensive 3 in 1 Whitening Essence Mask (Spensor: Garnier Thailand)

วันนี้จะมารีวิวมาส์กหน้าแบบบางใสของ Garnier กันค่ะ จากที่ได้ร่วมสนุกกับทาง Garnier ที่ Garnier Thailand  เลยได้มาส์กมาลองใช้ค่ะ ซึ่งใน 1 กล่องจะมีมาส์กทั้งหมด 4 แผ่น กล่องละ 259 บาทค่ะ ใครสนใจมีขายที่ Watsons (เจอมาวันนี้) และห้างสรรพสินค้าทั่วๆไปค่ะ หาซื้อได้ค่อนข้างง่ายเหมือนกันนะค่ะ

 ตัวนี้เป็น Garnier light intensive 3 in 1 whitening essence mask ค่ะ 
มาส์กเพื่อผิวขาวสว่างใส ที่อุดมด้วยเอสเซนส์เข้มข้นที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติถึง 3 ชนิด ได้แก่
  • สารสกัดจากสมุนไพร Scutellaria ปรับผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ
  • สารสกัดบริสุทธิ์จากมะนาว ที่ให้ปริมาณเอสเซนส์ 10 เท่าเมื่อเทียบกับครีมเพื่อผิวกระจ่างใส ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่หมองคล้ำออกอย่างอ่อนโยนเผยผิวกระจ่างใสทันที ให้สีผิวดูสม่ำเสมอ และเนียนเรียบขึ้น
  • น้ำแร่ธรรมชาติบริสุทธิ์จากเทือกเขา Tanggula ในทิเบต ที่ช่วยคงความชุ่มชื้นไว้ในผิว ให้ผิวชุ่มชื่นยาวนานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง 
เห็นแอฟโฆษณาก็อยากสวยแบบแอฟบ้าง ฮ่าๆๆๆ ตามคำแนะนำหลังซองแนะนำให้มาส์กสัปดาห์ละ  2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 10 - 15 นาทีค่ะ จัดปายยยย

มาเริ่มแกะซองมาส์กกันเลยค่ะ กลิ่นหอมมะนาว หอมมากเลยหล่ะค่ะ

ตัวมาส์กค่ะ กลิ่นหอมจริงๆ เดิมเคยใช้ครีมการ์นิเย่ไลท์เมื่อตอนอยู่ม.ปลาย กลิ่นนี่ชวนย้อนอดีตมาก ฮ่าๆๆ 

หน้า Before ค่ะ เพิ่งกดสิวไปสดๆร้อนๆ มีรอยแดงและรอยดำ (ไม่ขอซูมเพราะอุบาทเกิน ฮ่าๆ)


 มาส์กตัวนี้ค่อนข้างกระชับ คือตอนแรกงงว่าทำไมเล็กจัง แบบว่าไม่พอดีหน้า ฮ่าๆๆๆ (คือหน้าเราค่อนข้างใหญ่) แต่ที่จริงแล้วมาส์กตัวนี้จะค่อนข้ากระชับกับรูปหน้านะค่ะ แบบดึงได้ตึงเปรี๊ยะจะพอดีกัับรูปหน้าเราเลยค่ะ


ไม่เคมาส์กที่แบบคุลมถึงคิ้วแบบนี้เลย แถมความตึงพอดีรูปหน้าของมาส์กยังทำให้รู้สึกเหมือนได้ดึงกระชับใบหน้าไปในตัวด้วยค่ะ ชอบตรงนี้แหละ ^^

เราวางมาส์กประมาณ 10 นาที เพราะเพิ่งใช้ครั้งแรก รู้สึกแสบๆเล็กน้อยแถวๆสิวที่กดไป คงไม่แปลกเพราะมีส่วนผสมของมะนาวกับแผลสิว แสบเป็นธรรมดา

ครบ 10 นาทีแล้วคร๊าบบบบบบบบบบบ ได้เวลาลอกมาส์กออกแล้ว

หลังจากลอกมาส์กออกจะยังมีน้ำจากมาส์กเหลืออยู่บนใบหน้าและในซอง เราก็จัดการนำมานวดๆๆบนใบหน้ายาวมาถึงลำคอจนน้ำมาส์กแซกซึมหมดไปกับผิวเราเพื่อการบำรุงที่ล้ำลึกยิ่งขึ้น
จะสังเกตว่ารอยแดงสิวดูจางลง และหน้าดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คือตัวเราเองสังเกตได้เลยว่ามันจางลง หน้าดูเนียนใสขึ้น

และเพื่อการทดลองให้เห็นผลได้ชัดขึ้นเราก็จัดการเดินไปเซเว่นไปหยิบเจ้าซองนี้มาใช้ร่วมกับมาส์กเพื่อประสิทธิภาพที่มากยิ่งขึ้นของการบำรุงผิวให้กระจ่างใส อิอิ ซองนี้ 15 บาท ที่จริงเราเคยใช้ครีมตัวนี้ตอน ม.ปลาย มาหลายกระปุกแล้ว แล้วก็ชวนคุณแม่ใช้ด้วย แต่เราเลิกใช้ไปเพราะอยากลองครีมใหม่ แต่ตอนนี้แม่เรายังใช้อยู่เป็นประจำ ดูท่าจะกลับมาซบอกการ์นิเย่เหมือนเดิมแล้วสิ แบบว่ากลิ่นนี่ชอบมาก ฮ่าๆๆๆๆ แถมใช้แล้วไม่แพ้ด้วย

หลังจากนวดมาส์กเสร็จระหว่างที่หน้ายังไม่แห้งมากเราก็บีบครีมการ์นิเย่ลงประมาณนี้ (ไม่อยากใช้เยอะเพราะน้ำจากมาส์กเองก็เยอะแล้ว) 

แต้ม 5 จุดทั่วไบหน้าแล้วทาให้ทั่วใบหน้าบางๆ และเบาๆ แล้วไปนอนซะ ฮ่าๆๆๆ

สรุปการลองใช้ในครั้งแรก
  • โดนส่วนตัวชอบตัวครีมอยู่แล้ว การได้ลองมาส์กแล้วพบว่ารอยแดงสิวจางลงในครั้งแรกที่ลองใช้ แล้วผิวกระจ่างใสขึ้นจริง!!! ก็ประทับใจมาก เอาไว้ครบ 2 อาทิตย์จะมารายงานผลต่อ คาดว่าคงไม่แพ้เพราะเราเคยใช้ครีมแล้วไม่แพ้ อิอิ
  • กลิ่นมาส์กเป็นอะไรที่ผ่อนคลายมาก และหลังมาส์กไม่เหนอะผิว 
  • แผ่นมาส์กค่อนข้างกระชับผิว มาส์กไปเหมือนได้ดึงกระชับหน้าไปด้วย ชอบมากกก ฮ่าๆ

**ผลิตภัณฑ์แต่ละตัวให้ผลต่างกันขึ้นกับสภาพผิวเราด้วยนะค่ะ ผิวเราค่อนข้างแพ้ง่ายในช่วงนี้สังเกตจากสิว เหอะๆ แต่มาส์กตัวนี้กับเราถือว่าเข้ากันได้ แต่ไม่ใช่คนแพ้ง่ายทุกคนจะไม่แพ้เพราะฉะนั้นกรุณาเลือกให้เหมาะกับผิวตัวเองนะค่ะ^^** 

2.19.2555

เปิดบ้าน iSKY กับ " I love iSKY"


เนื่องจากวันก่อนโน้นนนน ได้ลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรม I love iSKY ไว้ และวันศุกร์ทางไอสกายก็ได้โทรมายืนยันสิทธิ์เข้าร่วมด้วย เย้!!!!!!! ความจริงอยากไปหลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีโอกาสสักที เนื่องจากค่อนข้างไกลและไม่มีเวลานั่นเอง แหะๆ

แต่ครั้งนี้เหมาะเจาะมากที่ผ่านวอร์ดค่อนข้างเบา ไม่มีงานเยอะเลยปลีกกายไปอีเว้นท์ได้ ฮ่าๆ
เข้าเรื่องเลยดีกว่า ก็กิจกรรม I love iSKY ในวันนี้ก็ไม่รู้รายละเอียดกิจกรรมในครั้งนี้เท่าไหร่ แล้วก็ไม่เคยไปด้วย ค่อนข้างตื่นเต้นมากกกกกกก ฮ่าๆ
ตอนแรกกะจะไปด้วยลุ๊คนี้!!
 แต่เดี๋ยวคนจะแตกตื่นกับหัวเปิงๆ เลยไปด้วยผมฟูๆ ธรรมดาๆแทน ฮ่าๆ
ทรงผมของวันนี้ดัดด้วยวิธีธรรมชาติคือ ถักเปียพจมานแล้วพันเปียเป็นจุกสองจุกเหมือนพูก้านอน เช้ามาจับเจลใส่ผมให้อยู่ทรงนิดๆ ก็ได้ผมดัดลอนธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ความร้อน หรืออุปกรณ์ใดๆแล้ว อิอิ เริศไหมล๊าาาาาา??? 55

เข้าเรื่องดีกว่า นัดรถตู้ของทาง iSKY ที่สถานีบีทีเอสวงเวียนใหญ่บ่ายโมง !!!! ออกจากหอตั้งแต่ 10:40 กะจะถึงโน่นสักเที่ยงนิดๆ แต่กลัวไม่ทันเลยตัดสินใจนั่งแทกซี่ไป ถึงบีทีเอสวงเวียนใหญ่ 11:20 !!!! คือว่า.......ไม่มีที่อยู่เลยทีเดียว เลยดิ่งไปกินก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม+เป็ปซี่ 1 ขวด+เกี๊ยวทอด 1 ห่อ ฮ่าๆๆๆ ไม่ได้หิวแต่อย่างใด แค่กินรอเวลานะนั่น - -! และตามธรรมเนียม ต้องแชะภาพมาฝากก่อนลงมือ ฮ่าๆๆ

พอกินเสร็จก็เดินชะแว๊บไปหน้าเซเว่นตรงที่รถจอด รถของทางไอสกายก็มาแสตนบายอยู่ก่อนแล้ว เลยขึ้นไปนั่งรอ ถ่ายรูปตัวเองบนรถ(เพื่อ??)รอ ฮ่าๆ ลืมปิดแฟลชอีก เกรงใจคนบนรถจัง อิอิ

เมกอัพกลบสิว โอ้ววววว มันดีจริงๆ



และเนื่องจากกลุ่มเราเป็นกลุ่มแรกที่มาถึงก่อน ทางรถตู้จึงให้เปลี่ยนคันเป็นรถตู้คันเล็ก หกคนออกก่อน อิอิ ......ตอนแรกก็ว่าไม่ไกล แต่ที่ไหนไกลมากกกกก >< แต่พอไปถึงแล้วก็คุ้มจริงๆ!!!

พี่ๆทุกคนต้อนรับเป็นกันเองมาก และเนื่องจากไปถึงก่อนเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ที่แรกที่เราร้องขอไปก็คือห้องน้ำ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ไปทำอะไร ก็ไปถ่ายรูปอีกแหละ เหอะๆ

พอถึงเวลาอันควรนางก็ออกมานั่งพัก แล้วก็ได้เวลาลงทะเบียนแล้วค่ะ 

พอลงทะเบียนเราก็ได้ป้ายชื่อพร้อมสีเพื่อแยกกลุ่มทำกิจกรรมกันค่ะ ^^ ซึ่งก็จะแบ่งเป็นสามกลุ่มสามสี คือ ทีมสีฟ้า ทีมสีส้ม และทีมสีชมพู คราวนี้อยู่สีชมพูคร๊าาาาาา

แล้วก็กลับมานั่งรอเข้าร่วมกิจกรรมค่ะ อิอิไล่จากซ้ายมือเลยนะค่ะ พิน, โบ, ต่าย, นุช แล้วก็ตาลค่ะ อิอิ นั่งคุยกัน มองตากันได้สักแป๊บพี่ๆทางไอสกายก็เรียกเข้าไปนั่งเพื่อเปิดกิจกรรม

 ครั้งนี้ก็มีเจ้าของบ้านอย่างเป็นผู้อำนวยการของทางไอสกาย นายแพทย์มงคล วณิชภักดีเดชา มากล่าวต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมบ้านไอสกายราวๆสามสิบกว่าคนในครั้งนี้ค่ะ 


คุณหมอเป็นกันเองมากและเอาใจใส่แขกทุกคนเลยในวันนี้ และพร้อมเปิดบ้านหลังงามอย่างไอสกายให้พวกเราได้เข้าไปผจญภัยกันอย่างเต็มที่เลยทีเดียว อิอิ วันนี้คุณหมอบอกว่าทำตัวให้เหมือนมาเยี่ยมบ้านเพื่อน อิอิ เราเลยสอดส่องเต็มที่เลย แหะๆ

และก็ได้เลยเข้าฐานกัน คราวนี้คุ้มเลยทีเดียว เพราะได้ทัวร์ทุกห้องและลองเครื่องมือแทบจะทุกเครื่องในไอสกายกันเลยทีเดียว อิอิ


เริ่มจากฐานแรกเลยดีกว่า : Trilipo เทคโนโลยีการกระชับใบหน้า และสัดส่วนต่างๆของร่างกาย โดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของร่างกายเราเองและช่วยสลายไขมัน 


เป็นวิธีกระชับสัดส่วนที่เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำเลยจริงๆ เพราะมีผู้โชคดีสองท่านในทีมได้รับสิทธิทดลองที่ใบหน้า ใต้ตา และยกคิ้ว(อุแม่เจ้า) เห็นผลได้ชัดมากว่าแก้มดูเล็กลงอ่ะ >< 
แล้วในคนที่มีสิวตัว Trilipo จะกระตุ้นคอลลาเจนให้สร้างมากขึ้นและขึ้นมาเบียดต่อมไขมันของใบหน้าทำให้ต่อมไขมันเล็กลงและผลิตน้ำมันได้ลดลง ซึ่งเป็นผลพลอยได้ที่ทำให้สวยกันเลยทีเดียว การทำ Trilipo แนะนำให้ทำระยะแรก 5 - 10 ครั้งติดต่อกัน (อาจทุกสัปดาห์) จากนั้นค่อยทำทุกเดือนแค่เดือนละครั้ง ซึ่งหลังทำทุกครั้งห้ามล้างหน้าใน 2 ชั่วโมงแรกหลังทำ สามารถใช้ทิชชูซับเจลที่ทาไว้ได้




 และในห้อง Trilipo ก็จะมีเจ้าเครื่องนี้ค่ะ....เครื่องตรวจวัดสภาพใบหน้าของเรา ซึ่งจะสามารถบอก ความชุ่มชื้น สีผิว ความมันบนใบหน้าและความยืดหยุ่นของใบหน้าเราได้ค่ะ ซึ่งทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ก็ได้ตรวจวัดกันทุกคนเลย อิอิ 


นี่ก็เป็นสภาพผิวของเราเองค่ะ พี่เขาก็จะช่วยอธิบายสภาพผิวของเราให้อีกที แนะนำว่าไม่ควรแต่งหน้าเพื่อให้เครื่องตรวจสภาพผิวหน้าจริงๆเราได้จะดีกว่า เพื่อการรักษาและดูแลที่เหมาะสมกับสภาพผิวต่อไปค่ะ ^^
 เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นเราก็เอาชาร์ตมาแปะเลยดีกว่า


มาต่อกันที่ฐานที่สอง : ผลักวิตามินเข้าสู่ผิวหนัง (Electroporation) เป็นการส่งผ่านอาหารที่จำเป็นต่อผิว วิตามินโคเอนไซม์ต่างๆเข้าสู่ผิวโดยที่ไม่ต้องฉีดยา ซึ่งตัวเครื่องที่นำมาใช้จะใช้การผลักวิตามินเข้าสู่ผิวหน้าเราโดยใช้ระบบสั่นช่วยในการเปิดรูขุมขน และกระแสจากแรงสั่นจะช่วยในการผลักตัวยาลงสู่ผิวหน้าเราได้ลึกมากขึ้นค่ะ  ทำให้ผิวหน้าสดใสและมีสุขภาพดีค่ะ ขณะทำจะรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้ามากระตุ้นผิวซึ่งไม่ทำให้เจ็บนะค่ะ

ในฐานนี้ก็จะมีพี่เอียดและพี่ๆหลายตนช่วยอธิบายขั้นตอนการทำงานของเจ้าเครื่องนี้ค่ะ ซึ่งตัวยาที่ใช้ในการผลักเข้าสู่ผิวจะประกอบด้วย 4 ตัว คือ  ซึ่งคิดสูตรโดยคุณหมอรังสิมาค่ะ 

 สำหรับขั้นตอนการทำก่อนอื่นก็จะทำความสะอาดใบหน้าก่อน ตามด้วยการลงครีมที่ผสมแล้วและใช้เครื่องเพื่อผลักวิตามินลงสู่ผิวค่ะ และผู้โชคดีที่ได้ทดลองเจ้าเครื่องนี้ค่ะ อิอิ (หน้าตาแป้นแล้นดีใจมากกกกก ฮ่าๆๆๆ)

และในระหว่างที่ผู้โชคดีทั้งสองท่านของเราได้ทดลองเครื่องผลักวิตามิน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมคนอื่นๆรวมถึงเราก็ไปตรวจสุขภาพผิวหน้ากันต่อ ด้วยเครื่องถ่ายภาพวิเคราะห์ใบหน้าค่ะ ^^

วิธีการก็คือเจ้าเครื่องนี้จะถ่ายภาพใบหน้าของเรา โดยเอาหน้าเข้าไปวางในจุดหน้ากล้อง หลับตาจะมีแสงไฟว๊าบ 2 ครั้งเพื่อถ่ายภาพ แล้วเครื่องก็จะใช้เวลาประมาณไม่เกิน 1 นาทีในการประมวลผลเพื่อดูว่าใบหน้าของเรามีปัญหาอะไรบ้าง เช่น บริเวณที่จะเกิดริ้วรอยในอนาคต UV spot รูขุมขน เชื้อสิว ฯลฯ แหะๆ แอบจำมาได้ไม่หมด ซึ่งเราก็แอบตกใจกันเลยทีเดียว แหะๆ

พอเครื่องวิเคราะห์ผลออกมา พี่ๆก็จะช่วยบอกผลและคำแนะนำในการดูแลใบหน้าของเราต่อไป สำหรับของเราเองพบว่ามีปัญหาจุดด่างดำจากแสงแดด คาดว่าคงทากันแดดไม่ดีพอ แอบบิดบังผล ฮ่าๆๆๆ อายเกินจะโชว์ค่ะ ><

ต่อไปมาที่ฐานสุดท้ายค่ะ : ฐานนี้เรียกได้ว่าเป็นฐานทัวร์เปิดบ้าน iSKY กับคุณหมอรังสิมากันเลยมีเดียว เพราะคุฯหมอพาเราทัวร์เข้าไปทุกห้องของไอสกายและคุณหมอยังแนะวิธีการเลือกครีมบำรุง ครีมกันแดด และการดูแลสุขภาพผิวให้เหมาะกับผิวหน้าแต่ละแบบด้วยค่ะ อิอิ ที่สำคัญคุณหมอรังสิมาหน้าใสมว๊ากกกกกกกกกกกกกก มากจริงๆค่ะ ผิวดียิ่งกว่าผิวเด็กเลยหล่ะ ><


เริ่มจากที่แรกก็คือ "ห้องปรุงครีม" ซึ่งห้องนี้ก็จะเป็นห้องที่กระจก ที่เราสามารถมองเห็นเภสัชที่กำลังปรุงครีมเฉพาะใบหน้าเราได้เลยค่ะ เห็นกันชัดๆเลยว่ากว่าจะมาเป็นครีมหนึ่งเดียวของเรานี่ได้มาด้วยวิธีการใด อิอิ ซึ่งการปรุงครีมก็จะปรุงตามความต้องการของใบหน้าเราซึ่งดูจากผลการตรวจสุขภาพผิวหน้าเราค่ะ คุณหมอจะดูผลแล้วสั่งปรุงครีมไปที่เภสัชอีกที ซึ่งจะทำให้เราได้ครมที่ตรงความต้องการของใบหน้าเราจริงๆนั่นเองค่ะ ^^


คุณเภสัชกำลังปรุงครีมอยู่เลยค่ะ อิอิ สดๆจากหน้ากระจกกันเลยทีเดียว ^^

เดินถัดออกมาด้านหน้าก็จะเป็นหน้าเคาเตอร์ที่มีพี่ๆสวยๆมาคอยต้อนรับและให้คำแนะนำเกี่ยวกับครอสการรักษา รับยา และชำระค่าบริการที่นี่ค่ะ

เดินถัดมาอีกนิดก็จะเป็นห้องทรีทเม้นต์และห้องเลเซอร์ต่างๆค่ะ ซึ่งก็มีหลายห้องเหมือนกัน เราก็มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีห้องอะไรกันบ้าง ^^


ห้องแรกก็จะเป็นห้องเลเซอร์เพื่อรักษาความผิดปกติของสีผิว เป็นเลเซอร์รักษาจุดด่างดำ กระแดด กระลึก ปานดำ รวมถึงลบรอยสักด้วยค่ะ

ห้องถัดมาก็จะเป็นห้องเลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ ใช้รักษาโรคผิวหนังจำพวกที่เป็นตุ่มนูนต่างๆ เช่น หูด กระเนื้อ ไฝ ติ่งเนื้อ ขี้แมลงวัน ซึ่งใช้วิธีการกรอ เขาบอกว่าสามารถรักษาความผิดปกติได้ในครั้งเดียวเลยค่ะ

ห้องที่สามก็คือห้องลดสัดส่วนและยกกระชับผิวด้วยไตรไลโป (Trilipo) นั่นเองค่ะ

ห้องถัดมา ห้องนี้ก็เป็นห้องเลเซอร์รักษาความผิดปกติของเส้นเลือดค่ะ ซึ่งตัวนี้จะรักษาความผิดปกติของเส้นเลือดใต้ผิวหนัง เช่น ปานแดง เส้นเลือดขอดเส้นเลือดฝอย รอยแดงจากสิวอักเสบ และแผลเป็นที่นูนๆได้ค่ะ ความรู้สึกที่ทำจะคล้ายๆถูกหนังยางดีดค่ะ แหะๆ หลังทำจะมีรอยคล้ำบริเวณที่ทำแต่จะหายได้เองประมาณ 1 สัปดาห์หลังทำค่ะ ^^

มาต่อกันที่ ห้องเลเซอร์ลบริ้วรอยแบบไม่มีแผลค่ะ ซึ่งเป็นเครื่องเลเซอร์ YAG และ IPL เพื่อให้หน้ากระจ่างใส ลดริ้วรอย จุดด่างดำ ยกกระชับ และทำให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้นค่ะ (อิอิ แอบถ่ายท่าคุณหมอยกกระชับ ^^)


ต่อมาก็จะเป็นห้องผลักวิตามินค่ะ

ห้องถัดมาค่ะ เป็นห้องเฉพาะกิจเนื่องจากแขกบ้านไอสกายเยอะเจ้าเครื่องสองตัวนี้เลยถูกยกมาไว้ที่ห้องนี้ก่อนค่ะ เครื่องแรกก็จะเป็น เครื่องยกกระชับผิวและคืนความอ่อนเยาว์ด้วย Thermage ค่ะ และอีกเครื่องคือ เครื่องแสง LED เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ใช้แสง LED สีต่างๆมาช่วยในการรักษาสิว รอยดำ รอยแดงจากแสงแดด ซึ่งการรักษาแต่ละปัญหาผิวก็จะใช้แสงสีที่แตกต่างกันไปค่ะ สุดยอดมากๆ

มาที่ห้องนี้กันค่ะ ห้องพักนั่นเอง อิอิ คุณหมอก็พามานั่งพักและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผิวแต่ละแบบ และเปิดโอกาสให้สอบถามกันค่ะ เฟรนด์ลี่มากๆเลย ประทับใจ อิอิ

เสร็จจากพูดคุยก็แอบไปทักคุณหมอรังสิมาค่ะ ดีใจมากกกกกกคุณหมอจำเราได้ด้วยว่าชื่อนุชชี่จากทวิตเตอร์ ฮ่าๆๆๆๆ ปลื้มสุดๆเลย ไม่พลาดขอคุณหมอถ่ายรูปค่ะ ฮ่าๆๆ (หน้าเราทั้งบานทั้งบวมเลยรูปนี้ ฮ่าๆ)

จากนั้นก็ถึงเวลาทานของว่างกันละค่ะ อิอิ นี่เลย คัพเค้กแสนอร่อยจากiSKY คริปปี้ครีม กาแฟ โกโก้ และน้ำอัญชันเพื่อสุขภาพค่ะ อิอิ

ที่สำคัญอร่อยทุกอย่าง ฮ่าๆๆๆๆๆๆ คัพเค้กสวยจนไม่กล้ากินรุย.....และตามธรรมเนียมค่ะ เราต้องถ่ายรูปเป็นที่ระทึกใจก่อนกินค่ะ ฮ่าๆๆ *แชะภาพเบาๆ 55*

ในระหว่างที่กินไปก็เวียนกันไปรับเสื้อที่ระลึกของไอสกายกันค่ะ อิอิ ถือโอกาสถ่ายรูปกับคุณหมอมงคลซะเลย

หลังจากได้เสื้อแล้วเราจะนิ่งอยู่ไย??? ก็ต้องใส่เสื้อโชว์กันหน่อย อิอิ

เดอะแก๊งค์กับคุณหมอวรพงษ์คร๊าาาาาาา ฮ่าๆ

ฮ่าๆๆๆ แอ๊บแบ๊วกันบ้าง ขอมาจัดให้ค่ะ

กับพี่เอิ๊กค่ะ มายไอดอล น่ารัก หน้าใส ตัวเล็ก เฟรนด์ลี่มากกกกกกกก ปลื้มมมมม

กับคุณต่าย อิอิ โพสท่ากันใหญ่เชียว

กับคุณหมอทั้งสองท่านค่ะ อิอิ

และถ่ายรูปรวมกันหน่อยยยยยยยยย อิอิ ปิดภาพความประทับใจของวันนี้ไปด้วยความอบอุ่น และเป็นกันเองของบ้าน iSKY ค่ะ ขอบคุณกิจกรรมดีๆที่จัดในครั้งนี้ ความเป็นกันเองของทั้งคุณหมอและพี่ๆพนักงานทุกคน และหวังว่าครั้งหน้าจะมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมดีๆแบบนี้ของทางไอสกายอีกนะค่ะ ^^

และแล้วเราก็ได้ครีมสิวและครีมปรุงเฉพาะหน้าเรามาใช้แล้วววววว อิอิ
เห่อมากอ่ะ ฮ่าๆๆๆ

ขอบคุณกิจกรรมดีๆจาก iSKY แม้จะไม่ใช่ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลแต่กิจกรรมและความสนุกในวันนี้คุ้มค่า มากเลยค่ะ อีกอย่างยังได้เพื่อนเป็นแกงค์กลับมาด้วย ฮ่าๆ ออกจากiSKY เป็นกลุ่มสุดท้ายกันเลยทีเดียว

ฮ่าๆๆๆ แล้วเจอกันใหม่เอนทรี่หน้านะคร๊าาาาาาาาาาาา จุ๊บุ จุ๊บุ!!
(หน้าบานไปหน่อยอย่าใส่ใจนะค่ะ เหอะๆ - _ -!)


**ข้อมูลได้จากการฟังจากกิจกรรม และ โบชัวของiSKYในบางส่วนค่ะ**